มาตรฐานสำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กการคำนาณออกแบบกำแพงโดยวิธีใช้สูตรสำเร็จ ของ ว.ส.ท.
การคำนวณออกแบบโครงสร้างกำแพงโดยวิธีใช้สูตรสำเร็จ
- กำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้รับน้ำหนักร่วมศูนย์โดยประมาณคำนวณออกแบบโดยใช้สูตรสำเร็จที่ให้ไว้ในข้อนี้ได้ โดยที่กำแพงดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตรงตามพิกัดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้
การคำนวณออกแบบโครงสร้างของกำแพง
(ข) หน่วยแรงอัดที่ยอมให้จะต้องเท่ากับ
ถ้าการคำนวณการวางตลอดจนการยึดเหล็กเสริมสำหรับกำแพงที่ใช้รับน้ำหนักกระทำเสมือนว่าเป็นเสาปลอกเดี่ยวแล้ว ให้ใช้หน่วยแรงที่ยอมให้เหมือนกับของเสาตังกล่าวด้วย โดยอัตราส่วนของเหล็กเสริมในแนวตั้งจะต้อง ไม่เกิน 0.04ฃ
(ค) ในกรณีที่น้ำหนักลงเป็นจุด ให้ถือว่าความยาวประสิทธิผลของกำแพง สำหรับน้ำหนัก แต่ละจุดไม่เกินระยะศูนย์ถึงศูนย์ระหว่างน้ำหนักนั้นหรือไม่เกินความยาวของส่วนที่รองรับ บวกเพิ่มอีกสี่เท่าความหนาของกำแพง
(ง) ความหนาของกำแพงที่ใช้รับน้ำหนัก ต้องไม่น้อยกว่า 1125 ของความสูง หรือความกว้าง ในช่วงที่ไม่มีการจับยึด ทั้งนี้ให้ใช้ค่าที่น้อยกว่า
(จ) ความหนาของช่วงบนสุด 4 ม. ของกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไช้รับน้ำหนังสำหรับ อาคาร จะต้องไม่น้อยกว่า 10 ชม. และให้เพิ่มคำความหนาต่ำสุดนี้อีก 2 ชม.ทุก ๆ ความสูง 9 ม. หรือส่วน ของ 9 ม. ลงมา สำหรับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้รับน้ำหนักอาคารพักอาศัยไม่เกิน 3 ชั้น อาจใช้ความ หนา 10 ซม. ตลอดความสูงได้
(ฉ) เนื้อที่เหล็กเสริมตามแนวราบของกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กจะต้องไม่น้อยกว่า 0.0025 ของเนื้อที่หน้าตัดของผนังส่วนนั้น
และสำหรับเหล็กเสริมในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า 0.0015 แต่ถ้าใช้ตะแกรงลวด เชื่อมแทนให้ใช้ไม่น้อยกว่า 3 ของค่าดังกล่าวแล้ว และต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าเบอร์ 10 ของ A S & W
(ช) นอกจากผนังห้องใต้ดินแล้ว ผนังที่หนากว่า 15 ชม. ให้เสริมเหล็กสองชั้นขนานกับผิวหน้าของผนังทั้งสองทิศทาง โดยให้มีชั้นหนึ่งประกอบด้วยเหล็กไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
และไม่เกินสองในสามของ เหล็กทั้งหมดที่ต้องการ โดยวางที่ระยะห่างจากผิวนอกไม่น้อยกว่า 3 ซม.
และไม่เกินหนึ่งในสามของความหนา ของกำแพง
และอีกชั้นหนึ่งให้ใช้เหล็กส่วนที่เหลือวางไว้ห่างจากผิวในของกำแพงไม่น้อยกว่า 2 ชม.
และไม่เกินหนึ่งในสามของความหนาของกำแพง เหล็กเส้นที่ใช้จะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 9 มม.
และต้องมีระยะเรียง ไม่เกิน 30 ชม. ถ้าใช้ตะแกรงลวดเชื่อมกับกำแพงนี้ จะต้องเป็นชนิดแผ่นเรียบ
(ซ) นอกเหนือจากค่าต่ำสุดที่กำหนดไว้ในข้อ (ฉ) แล้ว จะต้องมีเหล็กขนาดไม่เล็กกว่า 12 มม. อย่างน้อยสองเส้นเสริมพิเศษ โดยรอบขอบหน้าต่างหรือประตูซึ่งเจาะทะลุกำเพง โดยให้ปลายเหล็ก เสริมยื่นเลยจากมุมช่องเปิดออกไปไม่น้อยกว่า 60 ซม. ทุก ๆ ด้าน
และให้เสริมเหล็กขนาดไม่เล็กกว่า 12 มม. ยาว 1 ม. อย่างน้อยสองเส้นที่มุมช่องเปิดทุกมุม โดยมีทิศทางตั้งฉากกับเส้นแบ่งครึ่งของมุมชองเปิดนั้น
(ฌ) จะต้องยึดผนังคอนรีตเสริมเหล็กให้ติดกับพื้น, เสา, แป้นหูช้างหรือผนังที่มาบรรจบกัน ด้วยเหล็กเสริมอย่างน้อยขนาด 9 มม.และระยะเรียง 20 ซม. หรือเทียบเท่า สำหรับเหล็กเสริมในผนัง แต่ละชั้น
(ญ) กำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้เป็นผนังกั้นห้อง จะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 6 ซม.และไม่น้อยกว่า 1/50 ของระยะระหว่างองค์อาคารที่รองรับ
(ฏ) กำแพงห้องใต้ดินด้านนอกสุดกำแพงฐานรากและกำแพงกันไฟจะต้องมีความหนาไม่ น้อยกว่า 15 ชม.
(ฏ) ในกรณีกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้รับน้ำหนัก ประกอบด้วย เสาซอย หรือครีบหลาย ๆ อันเรียงต่อกัน โดยมีองค์อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กยึดที่ระดับพื้นแต่ละชั้น ให้คิดว่าเสาซอยนั้นเป็นเสมือนเสา คอนกรีตเสริมเหล็ก แต่จะนำกฎเกณฑ์เกี่ยวกับขนาดเล็กสุดของเสามาใช้กับเสาซอยไม่ได้
